‘วิชัย เบญจรงคกุล’ ปั้น คลาวด์ เน็กซ์เจน

14 พฤษภาคม 2015

หลังจากรัฐบาลชูนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล บรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเอกชนที่วางข่ายสายไฟเบอร์ออพติก (ไฟเบอร์ใยแก้วนำแสง) ต่างโหนกระแสในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันบรอดแบนด์แห่งชาติโดยรัฐบาลมีแผนจัดตั้งบริษัทกลางขึ้นมาและให้บรรดารัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้านครหลวง เป็นต้น 

ขณะที่ภาคเอกชนประกอบด้วยบริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิสจำกัด (มหาชน), บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้มีการเจรจาในเรื่องนี้แล้วเช่นเดียวกัน

ส่วนทางด้านผู้ประกอบการอย่าง UIH หรือ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด เป็นผู้ให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงผ่านเครือข่ายใยแก้วนำแสง มีระยะทางทั้งสิ้น 6 หมื่นกิโลเมตร ครอบ คลุม 900 อำเภอ เริ่มขับเคลื่อนและผลักดันแบรนด์ “UIH” ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ 3 คีย์แมนของ UIH ไล่เลียงตั้งแต่ นายวิชัย เบญจรงคกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร, พ.อ.เรืองทรัพย์ โฆวินทะ กรรมการผู้จัดการ และ นายสันติ เมธาวิกุล รองกรรมการผู้จัด การอาวุโส ในงานแถลงข่าว “มิติใหม่แห่งการสื่อสาร UIH” ติดตามอ่านได้จากบรรทัดถัดจากนี้ 

มิติใหม่ของ UIH คือ 

วิชัย : เกิดขึ้นได้เพราะเป็นการรวมพลัง 12 พันธมิตรในอุตสาหกรรมที่รวบรวมศักยภาพของบรอดแบนด์ (บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง) เนื่อง จาก บรอดแบนด์ เป็นตัวแปรใหม่ และ รัฐบาลได้มีการเปิดเสรีธุรกิจโทรคมนาคมทั้งมีสายและไร้สาย  

ดังนั้นมิติใหม่ของ UIH คือการนำเสนอบรอดแบนด์ ด้วยบริการคลาวด์ เน็กซ์เจน (Cloud NextGen) โดยนำเสนอบริการ 3 ส่วน คือ 1.สมาร์ท เน็ตเวิร์ก หรือ เครือข่ายบรอดแบนด์ วงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง, 2. ระบบการจัดการความปลอดภัยบนอินฟราสตรักเจอร์ และ 3. บริการคลาวด์ ซึ่งเป็นโครงข่ายอัจฉริยะที่ให้ระดับความปลอดภัยสูงที่สุด 

พ.อ.เรืองทรัพย์ : จุดเด่นของคลาวด์ เน็กซ์เจน คือ เป็นผู้ให้บริการรายแรกนำเข้ามาให้บริการในประเทศไทย เน้นให้บริการเข้าถึงและรวดเร็ว และเชื่อมต่อการสื่อสารข้อมูลในพื้นที่การใช้งานของลูกค้าองค์กร ทั้งที่มีสาขาในไทย และต่างประเทศ 

งบประมาณการลงทุน 

สันติ : ในแต่ละปีใช้งบลงทุน 1 พันล้านบาทจัดสรรให้กับการติดตั้งระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (การนำแนวคิดการใช้งานทางด้านไอทีที่ใช้วิธีดึงพลังและสมรรถนะจากคอมพิวเตอร์หลายๆ ตัวจากต่างสถานที่ให้มาทำงานสอดประสานกันเพื่อช่วยขับเคลื่อนการบริการทาง ด้านไอที ประโยชน์ของคลาวด์ คอมพิวติ้งมีอยู่หลายประการ) เป็นจำนวน 300 ล้านบาท และ อีก 700 ล้านบาท พัฒนาระบบอัพเกรด ติดตั้งอุปกรณ์เครือข่าย เพื่อขยายโครงข่ายครบทั้ง 900 อำเภอ  

พ.อ.เรืองทรัพย์ : UIH ใช้งบลงทุนในแต่ละปีวงเงิน 1 พันล้านบาท ติดตั้งโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกครอบคลุมทั่วประเทศ 6 หมื่นกิโลเมตร ครอบคลุม 900 อำเภอ เป็นโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกที่ให้บริการระบบบรอดแบนด์ ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีเสาส่งสัญญาณเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีโครงข่ายไฟเบอร์ออพติก ซึ่ง UIH ถือว่าเป็นบริษัทที่มีโครงข่ายใหญ่มาก 

จุดขาย 

สันติ : คลาวด์ เน็กซ์เจน ครอบคลุม 5 ประเภท คือ 1.บริการ คลาวด์ วีพีเอ็น (Cloud VPN) เป็นการบริหารจัดการแบนด์วิธสำหรับการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงของแต่ละสาขาในองค์กร, 2. บริการคลาวด์ อินเตอร์เน็ต (Cloud Internet) เป็นรูปแบบใหม่ของอินเตอร์เน็ตในระดับองค์กรมีความเสถียรมากขึ้น, คลาวด์ไว–ไฟ (Cloud Wi-Fi) บริการบริหารจัดการ การสื่อสารแบบไร้สายที่ใช้ได้ทั้งอินทราเน็ต และ อินเตอร์เน็ต , คลาวด์ โพรเท็กชัน (Cloud Protection) บริการจัดการความปลอดภัยของเครือข่าย โดยไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์ และ 5. คลาวด์ เอชเอ็ม (Cloud HM) เป็นบริการคลาวด์ครบวงจร ให้บริการสร้างเวอร์ชวล ดาต้า เซ็นเตอร์บนเครือข่าย MPLS (Multi Protocol Label Switching คือ โครงข่ายความเร็วสูง ซึ่งได้ถูกพัฒนามาจากโครงข่าย IP แบบเดิม ทำให้การรับ–ส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพด้วยความเร็วที่สูง) ของ UIH ที่ไม่ต้องลงทุนฮาร์ดแวร์ 

เป้าหมาย 

วิชัย : เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตแบบครบวงจร สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ปีนี้ UIH จึงได้ตั้งคอนเซ็ปต์ คลาวด์ เน็กซ์เจนขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าเกิดการใช้งาน ประหยัดต้นทุน มีประสิทธิภาพ และ เครือข่ายมีระบบความปลอดภัยขึ้นสูง ซึ่งภายใต้นโยบายภาครัฐต้องการให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อสู่โลกภายนอก และเป็นเอเชียฮับ ซึ่ง UIH พร้อมเชื่อมต่อไฟเบอร์ออพติกทั้งในและต่างประเทศ  

พ.อ.เรืองทรัพย์ : UIH มีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางเครือข่ายระดับอาเซียน วางจุดเชื่อมต่อเครือข่ายบรอดแบนด์ไว้ 7 แห่งภายในประเทศที่จังหวัดเชียงราย ตาก หนองคาย มุกดาหาร สระแก้ว และสงขลา ที่อำเภอหาดใหญ่ และอำเภอด่านนอก เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และมาเลเซีย ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมของเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงไปยังทั่วโลก โดยการวาง Point of Presence (POP) ไว้ที่ประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง และร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารชั้นนำระดับโลก เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายการสื่อสารไปยังประเทศต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว  

ฐานลูกค้า 

พ.อ.เรืองทรัพย์ : ปัจจุบันมี 3 พันราย ตั้งเป้ารายได้เพิ่ม 10% ในแต่ละปีซึ่งปีที่ผ่านมามีรายได้ 3,000-4,000 ล้านบาท กลุ่มลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการกลุ่มลูกค้าเดิมเพียงแต่หากต้องการระบบ ไว–ไฟ ในองค์กรเพิ่มเติม UIH ก็มีบริการเสริมให้กับลูกค้าคลาวด์คอมพิวติ้งคือก้อนเมฆใหญ่ผู้ประกอบการทุกรายสามารถนำมาให้บริการได้หมดแม้ UIH จะอยู่ในก้อนเมฆที่มีขนาดไม่ใหญ่ แต่ UIH สามารถขยายก้อนเมฆในนั้นเพิ่มเติมได้

-- Thansettakij